Archives

หลักการใช้ Present Continuous Tense (ปัจจุบันกาลต่อเนื่อง)

รูปแบบของ Present Continuous Tense

 
Subject + is/am/are + V.-ing
 
 

 หลักการใช้ Present Continuous Tense

 
  1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด ต่อเนื่องไปเรื่อยๆและจบในอนาคต โดยอาจจะใช้ Adverbs of Time (คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา) บางคำ เช่น now, at the moment, right now, at present, these days เป็นต้น เข้ามาช่วยในประโยคด้วย เช่น
 
 
She is going to the supermarket at the moment.
(หล่อนกำลังไปซุปเปอร์มาร์เกตอยู่ตอนนี้)
 
  1. ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น
 
 
I am meeting my boss this evening.
(ฉันจะพบกับเจ้านายเย็นนี้)
 
  1. ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ ผู้พูดมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน เช่น
 
He is going to China tonight.
(เขาจะเดินทางไปยังประเทศจีนคืนนี้)
 
  1. กริยาบางตัวไม่สามารถใช้ในรูปของ Present Continuous Tense ได้ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะกำลังเกิดขึ้น หรือ ดำเนินอยู่ก็ตาม โดยเรามักใช้ในรูปของ Present Simple Tense กับคำกริยากลุ่มนี้แทน ซึ่ง ได้แก่
 
4.1) กริยาที่แสดงถึงประสาทสัมผัสทั้งห้า เช่น see, hear, feel, taste, smell

I smell something bad. (ถูก)

 
* I am smelling something bad. (ผิด)
 
4.2) กริยาที่แสดงความนึกคิด ความรู้สึก เช่น know, understand, think, believe, agree, notice, doubt, suppose, forget, remember, consider, recognize, appreciate, forgive
I believe her. (ถูก)
 
* I am believing her. (ผิด)
 
4.3) กริยาที่แสดงความชอบและความไม่ชอบ เช่น like, dislike, love, hate, prefer, trust, detest
He likes a woman with long hair. (ถูก)
 
* He is liking a woman with long hair. (ผิด)
 
4.4) กริยาที่แสดงความปรารถนา เช่น wish, want, desire, prefer
I want to get married. (ถูก)
* I am wanting to get married. (ผิด)
 
4.5) กริยาที่แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น possess, have, own, belong
She has no children. (ถูก)
 
* She is having no children. (ผิด)

หลักการใช้ Present Simple Tense (ปัจจุบันกาลปกติ)

รูปแบบของ Present Simple Tense

 
Subject + Verb1
 

หลักการใช้ Present Simple Tense

  1. ใช้พูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา หรือ เกิดขึ้นเป็นประจำซ้ำไปซ้ำมา เช่น
  I drink a lot of water. (ฉันดื่มน้ำเยอะ)
 
  1. ใช้กับการกระทำที่ ทำจนเป็นอุปนิสัย หรือ ใช้เพื่อแสดงความถี่ของการกระทำต่างๆ โดยเรามักใช้กับ คำกริยาวิเศษณ์แสดงความถี่ (Adverbs of Frequency) มาช่วยในการแสดงความถี่ของการกระทำ เช่น

              I always do my homework. (ฉันทำการบ้านของฉันเสมอ)

 *อย่างไรก็ตามประโยคที่มี คำกริยาวิเศษณ์แสดงความถี่ (Adverbs of Frequency) นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็น Present Simple Tense เสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ประโยคนั้นกล่าวถึง การกระทำในช่วงเวลาใด เช่น
             I usually went to a museum. (Past Simple Tense)
I will always love you. (Future Simple Tense)
 
  1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ เป็นความจริงตลอดไป (fact) หรือ เป็นกฎทางธรรมชาติ (natural law) โดยไม่จำเป็นว่าการกระทำนั้นๆ กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูดหรือไม่ เช่น

              Snow is white. (หิมะมีสีขาว)

 
  1. ใช้เมื่อต้องการพูดถึง ตารางเวลา (Schedule) หรือ แผนการ (Plan) ที่ได้วางไว้ เช่น

             The meeting starts from 8.30 am until 10.00 pm.

(การประชุมเริ่มตอนแปดโมงครึ่งตอนเช้าไปยังสี่ทุ่ม)
 
  1. ใช้ในการ แนะนำ บอกแนวทาง หรือ สอน เช่น

              How do I get to the nearest mall? Go straight and turn left on the next corner.

(ฉันจะไปยังห้างที่ใกล้ที่สุดได้อย่างไร เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุมข้างหน้า