หลักการใช้ Present Perfect Continuous Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์)

รูปแบบของ Future Perfect Continuous Tense

 
Subject + will/shall + have + been + V.-ing
 

หลักการใช้ Future Perfect Continuous Tense

  1. มีวิธีการใช้เหมือนกับ Future Perfect Tense ต่างกันเพียงตรงที่ Future Perfect Continuous Tense นั้น เน้นการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ ดำเนินอยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งและยังคงจะดำเนินต่อไปอีกในอนาคต โดยมักใช้กับ for + เพื่อแสดงระยะเวลาของเหตุการณ์ หรือ การกระทำนั้นๆ เช่น
 
 
By 2012, we will have been living in Bangkok for 7 years.
(ในปี 2012 ก็จะครบรอบที่เราออยู่ในกรุงเทพเป็นเวลา 7 ปีแล้ว)
 
 
In 5 minutes, I will have been working for 12 hours.
(ในอีกห้านาทีนี้ ผมก็จะทำงานครบ 12 ชั่วโมงพอดี)
 
  1. ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่ ต้องการเน้นความต่อเนื่องของการกระทำใดการกระทำหนึ่งในอนาคต โดย…
 
 
 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน จะใช้ Future Perfect Continuous Tense
 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลัง จะใช้ Present Simple Tense
 
 
เช่น He shall have been cleaning his room for an hour when I visit him.
(เขาน่าจะกำลังทำความสะอาดห้องของเขาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงแล้วในตอนที่ฉันไปหาเขา)
Advertisements

Present Perfect Continuous Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง)

โครงสร้าง Present Perfect Continuous Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์ต่อเนื่อง)

หลักการใช้ Present Continuous Tense (ปัจจุบันกาลต่อเนื่อง)

รูปแบบของ Present Continuous Tense

 
Subject + is/am/are + V.-ing
 
 

 หลักการใช้ Present Continuous Tense

 
  1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด ต่อเนื่องไปเรื่อยๆและจบในอนาคต โดยอาจจะใช้ Adverbs of Time (คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา) บางคำ เช่น now, at the moment, right now, at present, these days เป็นต้น เข้ามาช่วยในประโยคด้วย เช่น
 
 
She is going to the supermarket at the moment.
(หล่อนกำลังไปซุปเปอร์มาร์เกตอยู่ตอนนี้)
 
  1. ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น
 
 
I am meeting my boss this evening.
(ฉันจะพบกับเจ้านายเย็นนี้)
 
  1. ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ ผู้พูดมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน เช่น
 
He is going to China tonight.
(เขาจะเดินทางไปยังประเทศจีนคืนนี้)
 
  1. กริยาบางตัวไม่สามารถใช้ในรูปของ Present Continuous Tense ได้ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะกำลังเกิดขึ้น หรือ ดำเนินอยู่ก็ตาม โดยเรามักใช้ในรูปของ Present Simple Tense กับคำกริยากลุ่มนี้แทน ซึ่ง ได้แก่
 
4.1) กริยาที่แสดงถึงประสาทสัมผัสทั้งห้า เช่น see, hear, feel, taste, smell

I smell something bad. (ถูก)

 
* I am smelling something bad. (ผิด)
 
4.2) กริยาที่แสดงความนึกคิด ความรู้สึก เช่น know, understand, think, believe, agree, notice, doubt, suppose, forget, remember, consider, recognize, appreciate, forgive
I believe her. (ถูก)
 
* I am believing her. (ผิด)
 
4.3) กริยาที่แสดงความชอบและความไม่ชอบ เช่น like, dislike, love, hate, prefer, trust, detest
He likes a woman with long hair. (ถูก)
 
* He is liking a woman with long hair. (ผิด)
 
4.4) กริยาที่แสดงความปรารถนา เช่น wish, want, desire, prefer
I want to get married. (ถูก)
* I am wanting to get married. (ผิด)
 
4.5) กริยาที่แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น possess, have, own, belong
She has no children. (ถูก)
 
* She is having no children. (ผิด)

หลักการใช้ Past Simple Tense (อดีตกาลปกติ)

รูปแบบของ Past Simple Tense

 
Subject + Verb2
 

หลักการใช้ Past Simple Tense

  • ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ เกิดขึ้นในอดีตและสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งมักจะมีคำหรือวลีที่บ่งบอกถึงเวลาในอดีตในประโยคเสมอ เช่น yesterday, last…, … ago, once, this morning, when I was… และอื่นๆ เช่น
 
I met a beautiful girl last night. (ฉันเจอผู้หญิงสวยคนหนึ่งเมื่อคืนนี้)
 
 
  • ใช้แสดงถึงการกระทำที่เป็นนิสัยหรือเกิดขึ้นเป็นประจำในอดีต ซึ่งสิ้นสุดลงแล้ว โดยมักมี Adverbs of Frequency (กริยาวิเศษณ์แสดงความถี่) อยู่ในประโยคด้วย เช่น often, always, sometimes และอื่นๆ ซึ่งมักจะมี Adverb of Time (กริยาวิเศษณ์แสดงเวลา) ระบุถึงเวลาในอดีตด้วย เช่น last month, last year และอื่นๆ เช่น
 
I cooked every night last month. (ฉันทำอาหารทุกคืนเมื่อเดือนที่แล้ว)
 
He always cried when he was young. (เขาร้องไห้เป็นประจำ ตอนเขายังเด็ก)
 
 
  • เราสามารถใช้ “used to + Verb 1” เพื่อให้ความหมายว่า “เคย” เพื่อแสดงถึงการกระทำในอดีตได้ เช่น
I used to eat a lot. (ฉันเคยกินเยอะมาก่อน)
 
He used to be naughty. (เขาเคยเป็นคนเกเรมาก่อน)

หลักการใช้ Past Perfect Tense (อดีตกาลสมบูรณ์)

รูปแบบของ Past Perfect Tense

 
Subject + had + Verb3
 

หลักการใช้ Past Perfect Tense

  1. ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ ที่ เกิดขึ้น และสิ้นสุดลงแล้วในอดีตทั้ง 2 เหตุการณ์ซึ่งเหตุการณ์หนึ่งได้สิ้นสุดลงก่อนหน้าอีกเหตุการณ์ โดย…
     

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงก่อน จะใช้ Past Perfect Tense

     

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงทีหลัง จะใช้ Past Simple Tense

     

    We had gone out before he came.
    (เราออกไปข้างนอกกันแล้วก่อนที่เขาจะมา)

     
  2. Past Perfect Tense มักจะใช้กับคำว่า before, after, already, just, yet, until, till, as soon as, when, by the time, by… (เช่น by this month) และอื่นๆ โดยจะมีอาจวิธีการใช้ต่างกันไป เช่น
 
  • Before + Past Simple Tense + Past Perfect Tense เช่น
 

Before I went to the school, I had had a car accident.
(ก่อนที่ฉันจะไปโรงเรียน ฉันได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์)

 
  • After + Past Perfect Tense + Past Simple Tense เช่น
 

After I had finished my homework, I went to the Internet Café.
(หลังจากที่ฉันทำการบ้านเสร็จ ฉันก็ไปยังร้านอินเตอร์เน็ต)

 
  • By the time + Past Simple Tense + Past Perfect Tense เช่น
 

By the time he came here, I already had finished my dinner.

(ตอนที่เขามาถึง ฉันก็กินข้าวมื้อเย็นของฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว)